ลอนกันกระแทกของกระดาษลูกฟูกแต่ละชนิดแตกต่างกันอย่างไร
ความรู้

ลอนกันกระแทกของกระดาษลูกฟูกแต่ละชนิดแตกต่างกันอย่างไร

          เคยสังเกตกันไหมครับว่าทำไมกล่องกระดาษลูกฟูกมักจะมีกระดาษที่มีลักษณะเป็นลอนๆ เป็นวัสดุหลัก  โดยลอนต่างๆ ของกล่องกระดาษลูกฟูกนั้นก็เป็นสิ่งที่มีมากมายหลากหลายรูปแบบด้วยกันซึ่งแต่ละแบบนั้นก็จะเหมาะสมกับสินค้าที่มีความแตกต่างกันออกไป

ซึ่งลอนลูกฟูกมีหลายชนิดมากจริงๆแต่ละประเภทนั้นก็จะมีขนาดและความสูงที่ไม่เหมือนกันซึ่งเราก็สามารถที่จะเปรียบเทียบลอนแต่ละชนิดของกล่องกระดาษลูกฟูกได้ดังต่อไปนี้

4 ลอนกันกระแทกของกระดาษลูกฟูก

1.ชนิด ลอน A โดยความสูงของลอนชนิดนี้นั้นก็จะอยู่ที่ประมาณ 4.0-4.8 มิลลิเมตร เหมาะสำหรับสินค้าที่ต้องการรับน้ำหนักการเรียงซ้อนมาก และไม่เน้นการพิมพ์สักเท่าไร เหมาะสำหรับสินค้าที่ต้องเน้นการจัดเก็บสักมากกว่า เพราะมันจะมีความแข็งแรงเป็นอย่างมาก สามารถที่จะช่วยกันการสั่นและการกระแทกได้เป็นอย่างดีทีเดียว ตี่ การดันทะลุนั้นลอน A ไม่สามารถที่จะทำได้นะครับ

2.ชนิด ลอน B โดยความสูงของลอนชนิดนี้นั้นก็จะอยู่ที่ประมาณ 2.1-3.0 มิลลิเมตร เหมาะสำหรับสินค้าที่สามารถรักน้ำหนักตัวมันเองได้ เช่น กระป๋องเหล็กเป็นต้น ซึ่งในการรับแรงในการซ้อนก็อาจจะทำได้ไม่ดีสักเท่าไร แต่คุณภาพเมื่อเรานำมาจัดพิมพ์นั้นก็อยู่ในระดับที่ดีอย่างมาก นอกจากนี้ การป้องกันการสั่นการกระแทกสำหรับการจัดเก็บต่างๆ ก็ยังทำได้ดีอยู่เหมือนกัน

3.ชนิด ลอน C โดยความสูงของลอนชนิดนี้นั้นก็จะอยู่ที่ประมาณ 3.2-3.9 มิลลิเมตร เป็นลอนที่นิยมเลือกใช้กันเป็นอย่างมากเหมาะสำหรับสินค้าที่รับน้ำหนักได้ปานกลาง สามารถที่จะเรียงซ้อนกันได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว แต่ในส่วนของการพิมพ์ต่างๆ ก็อยู่ในระดับพอใช้ หลักๆ ก็เน้นการเรียงซ้อนและการป้องกันซะมากกว่า เพราะลอนชนิด C มันตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี

4.ชนิด ลอน E โดยความสูงของลอนชนิดนี้นั้น ก็จะอยู่ที่ประมาณ 1.0-1.8 มิลลิเมตร ด้วยกัน โดยสามารถที่จะรองรับในส่วนของการพิมพ์ได้ดีเป็นอย่างมาก เหมาะสำหรับกล่องไดคัทที่มีขนาดเล็กหรือกล่องออฟเซ็ทต่างๆ แต่ในการรับแรงในการซ้อนกันนั้นก็ไม่สามารถที่จะทำออกมาได้ดีสักเท่าไร หลักๆ จะโดดเด่นในส่วนของการพิมพ์เพื่อความสวยงามซะมากกว่า

สรุป :

        อย่างไรก็ตามนั้น เราลองนึกดูนะครับว่าในทุกวันนี้กล่องบรรจุภัณฑ์ต่างๆ ในบ้านเราก็มีหลากหลายรูปแบบให้เราได้เลือกใช้งานกัน แต่ละชนิดก็จะมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับสินค้าที่อยู่ในกล่องและงบประมาณที่เราได้จัดไว้

เพราะถ้าหากเป็นกล่องที่ดี ได้มาตรฐาน ป้องกันสินค้าต่างๆ ได้อย่างดีนั้น มันก็ย่อมจะมีราคาที่สูง ฉะนั้นการเลือกใช้งานก็ควรที่จะเลือกให้ตอบโจทย์กับการใช้งานจะดีกว่า ทำให้เราประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้เยอะอยู่เหมือนกัน